เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน…

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน…

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

ชัยชนะของวัตฟอร์ด อย่างยอดเยี่ยมมันเกิดขึ้นได้การเสีย 3-0 ครั้งแรกของหงส์แดง นับจากปี 2017 ที่แพ้สเปอร์ส1-4 ก็เกิดขึ้นได้…และนั่นทำให้ ความไม่สมบูรณ์แบบเกิดขึ้นกับลิเวอร์พูล

การพบกันของทีมลุ้นว่ารอดหรือไม่ กับ ลุ้นเป็นแชมป์

ความแตกต่างมันก็คนละแบบ

ยิ่งวัตฟอร์ดพักหลังฟอร์มตก ไม่ชนะมา 4-5 เกม แถมล่าสุดโดนผีแดงสอยยับ 3-0 เจอกับใครก็ต้องสู้ตาย

ขณะที่ลิเวอร์พูล จ่อเข้าใกล้แชมป์กับ 12 คะแนน แต่สองสามเกมหลังคู่แข่งเน้นป้องกันเป็นหลัก

การเข้าทำก็อย่างที่เห็นๆ แต่ปิดเกมชนะได้ เพราะหัวจิตหัวใจแข็งแกร่ง ไม่ได้ชนะแบบง่ายๆ มันมีจุดที่พอมองเห็นกันอยู่

นี่จึงเป็นเกมที่สู้กัน ของสองรูปแบบ สองแทกติกที่แตกต่าง

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

    เกมแพลนของ เพียร์สัน

ผลงาน 4 นัดหลังของวัตฟอร์ด ดูผิดไปจากช่วงแรกที่ ไนเจล เพียร์สัน ทำงาน

การแพ้ วิลล่า 2-1 การเสียประตูง่ายๆของเกมรับนัดเสมอไบรท์ตัน การนำเอฟเวอร์ตัน 2-0 แล้วโดนยิงคืนสามลูกรวด เป็นสามเกมที่ต้องบอกว่าอย่างน้อย ทีมแตนอาละวาด ควรมีสัก 6-7 แต้ม

โอเค…เกมล่าสุดพวกเขาแพ้แมนฯยูฯ แบบ สู้ไม่ได้ทุกประการ

ทั้งวิธีการเล่น เกมรุกและรับ…

คราวนี้มาเจอกับทีม “ว่าที่แชมป์” ที่มีสถิติยิงประตูวัตฟอร์ด เป็นประจำ

เพียร์สัน คงต้องวางกำลังให้มันเนี้ยบที่สุด รัดกุมสุด

เล่นแบบ organised มากที่สุด เหมือนเกมแรกที่เจอ

พวกเขาเล่นดีมาก แท็กติกที่วางมาใช้ได้ แพ้แค่ความเด็ดขาดในการยิง เกมนั้นใช้โอกาสเปลืองมาก

ดูการจัดตัวเกมนี้ของ เพียร์สัน นี่เกือบจะเป็น 11 คนแรกที่ใช้สู้ลิเวอร์พูลเมื่อ 14 ธ.ค.

ประตู เบน ฟอสเตอร์ แบ็กซ้าย มาซินา (วันนั้น มาริยัปป้า) เซนเตอร์คู่ คาสคาร์ต-กาบาเซเล แบ็กขวา เฟเมเนีย

มิดฟิลด์ คู่กลาง ฮิวจส์ กับ คาปู กลางรุก ซาร์​, ดูกูเร และ เดโลเฟว หน้าเป้าก็ ดีนีย์ ufabetmember

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

1 รับอย่างอดทนและมีวินัย

รับในแดนเป็นหลัก 10-11 คน ก่อนใน 15-20 นาทีแรก ปีกสองข้าง ซาร์ ลงมาปิดพื้นที่ รอบโบ เดโลเฟว เล่นฝั่งเทร้นต์

เท่ากับรับเป็น 6 เหมือนที่เวสต์แฮม, นอริช,​แอต.มาดริด เล่นนั่นละครับ

คู่กลางลงมายืนกองหน้ากองหลัง ดูกูเร กับ ดีนีย์ ไล่บอลตรงกลางสนาม

เรียกว่า 11 คนในแดนตัวเอง รักษาเชป ตรงนี้ และยืนใกล้ๆกัน ปิดช่องและทำพื้นที่ให้เต็ม ให้แน่น เหมือนเล่นครึ่งสนามฝั่งวัตฟอร์ด

รอจังหวะค่อยบีบให้หงส์ รับส่งบอลพลาด จากนั้นหาจังหวะกลับเร็ว

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

2 สวนกลับที่ละสี่คน…

พอตัดบอลหงส์แดงได้ สวนกลับเร็ว เน้นริมเส้น ดัดหลังฟูลแบกหงส์

ฝั่ง เทรนต์ โดน หลายครั้งใน 15 นาทีแรก

ทั้งสี่คนตัวรุก ดีนีย์, เดโลเฟว, ซาร์, ดูกูเร โผเข้ากรอบเขตโทษเร็วมาก

จังหวะที่สวนเร็วนั้น “แดนกลาง” หงส์แดง หายเกลี้ยง ลงไม่ทัน พื้นที่ดูโล่งโจ้ง ให้ แบ็กโฟร์ รับภาระ

จุดนี้ วัตฟอร์ด ได้ยิง 6 ครั้งในครึ่งแรก

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

3 บอลไดเรกต์ ลูกโด่ง + เก็บจังหวะสอง

ถ้ามีจังหวะเปิดยาวจากแดนหลัง เป้าหมายคือ ดีนีย์

โดย ดีนีย์ เลือกที่จะบู๊กับ ลอฟเรน ลูกกลางอากาศ

ไม่เน้น สร้างเกมจาก เบน ฟอสเตอร์ หรือว่าแนวรับขึ้นมา

เน้นเปิดยาว วัดกับแนวรับหงส์ เพื่อให้ ดีนีย์​ โหม่ง

จากนั้นรอเก็บบอลสอง ถ้าเก็บไม่ได้ เพรสซิ่งใส่แนวรับหงส์ทันที

ถ้าเก็บได้ โจมตีทันที เหมือนต้นครึ่งหลังที่ ซาร์​ได้ยิง ในเขตโทษ

แล้วบอลโด่งทำให้พวกเขาได้ประตู จากการทุ่มไกลเข้ามา

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

4 ลูกทุ่มได้ประตู

1-0 จากด้านซ้าย จังหวะ ดีนีย์ บังบอล กันไม่ให้ ลอฟเรน ขึ้นโหม่ง

เหมือนสกรีน เพื่อให้ ดูกูเร ที่สอดมาจากข้างหลังเล่น

บอลถึงเส้นหลัง ตวัดเข้ามาให้ ซาร์ แปเผาขน เข้าไป

2-0 ทุ่มในแดนตัวเอง แล้วจังหวะหงส์สกัดบอลกันไม่ขาดริมเส้น

ดีนีย์ ตวัดให้ ซาร์ เดี่ยววว แล้วยิงข้ามตัว เบ็คเกอร์​เข้าไป

นี่คือการโดนนำ 2-0 ครั้งแรกนับจากมี.ค. 2018

เกมนั้นแพ้ แมนฯยูไนเต็ด 2-1

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

5 ดีนีย์ จัด ลอฟเรน

ตลอดทั้งเกมการแย่งโหม่ง…ระหว่างคู่นี้ เป็นชัยชนะของ ทรอย ดีนีย์ ทั้งหมด

โดยเฉพาะประตูแรกที่สำคัญ 1-0 จากลูกทุ่ม ลอฟเรน ประกบ ดีนีย์ ไม่อยู่ จริงๆ

    หงส์ เจาะทีมรับอย่างอึดอัด

เกมนี้ เดยัน ลอฟเรน ลงเล่นแทน โจ โกเมส ที่เจ็บเล็กน้อย ช่วงหลังลงเล่นแบบต่อเนื่องนับจากแทน ลอฟเรน นั่นแหละ

ส่วนอีกตำแหน่ง เกอิต้า เจ็บตะโพก แถมนัดก่อน ดูติดขัดเกมนี้ อ๊อกส์ จึงลงเล่นแทน

มันดูอึดอัด เจาะด้านข้างก็ยาก พอแบ็กเติม หรือตัวข้าง มาเน,​ซาลาห์ เล่นบอล จะมี 2 ต่อ 1 ตลอด

พื้นที่ให้เล่นไม่มีมากนัก

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

การเจาะตรงกลางคงยาก ไม่ได้แน่นไปหมดมี 8 คน

โดยเฉพาะท้ายครึ่งแรก ฟานไดจ์ กับ ลอฟเรน บีบขึ้นมาถึงระยะ 40 หลายิ่งแน่นไปหมด เสื้อเหลืองของแตนอาละวัด 11 คนเลย

กล่าวคือ….โอเพ่น เพลย์​ เจาะเกมรับวัตฟอร์ดไม่ได้เลย

ทำให้ลิเวอร์พูลมีโอกาส ยิงได้ 1 ครั้งใน 45 นาทีแรกและไม่เข้ากรอบ

    การแก้เกมของ JK

จากแผนการเล่นเพื่อหนึ่งแต้มแต่แอบหวัง 3 แต้มของวัตฟอร์ด ทำให้การเล่นเต็มไปด้วยความอึดอัดใน 45 นาทีแรก

ประเด็นครึ่งหลังจึงเป็นเรื่อง “การแก้เกม” ของคล็อปป์

รวมทั้ง “การยืนระยะ” ว่าต่อเนื่องขนาดไหนของวัตฟอร์ด

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

คล็อปป์ เน้น “สปีดบอล” เร่งเกมมากขึ้น กดดันดีขี้น บีบวัตฟอร์ด ได้มากกว่าเดิม….แต่ จากลูกทุ่ม ไกล

ที่ ลอฟเรน โดน ดีนีย์ บังบอลแล้วไม่เล่นบอลข้ามหัว หงส์แดงเสียประตู จากนั้นก็ลูกทุ่มในแดนวัตฟอร์ด แท้ๆ

โดนสวนกลับ แล้วก็เสียประตู

เป็นเกมที่เข้าแทกติก เข้าทางวัตฟอร์ดจริงๆ

เกมนี้…ไม่ตำหนิ นักเตะลิเวอร์พูลนะครับ

ตรงกันข้าม…คุณต้องให้เครดิตทั้งหมดกับ ไนเจล เพียร์สัน

วางแผนการเล่น รัดกุม “บล็อค” และ “ลด” ประสิทธิภาพเกมรุกหงส์ลง

ส่วนพวกเขาจะยิงได้หรือไม่นั้นขึ้นกับจังหวะของเกม

แต่เมื่องานแรกคือลดความอันตรายเกมรุกลงไป

โอกาสเสียประตูของพวกเขาก็ยากขึ้น

ครึ่งแรกหงส์ยิง 1 ครั้ง ไม่เข้ากรอบ ดังนั้นความอึดอัดย่อมตกเป็นของลิเวอร์พูลแทน

เมื่อหงส์ แพ้ยับเยิน...

ครึ่งหลังก็หนังม้วนเดิมที่ดีกว่าครึ่งแรก…เพราะพวกเขายิงได้

จากลูกทุ่มธรรมดาข้างสนามสองลูก …ก่อนบวกลูกสาม

นี่คือการเสียสามประตูครั้งในรอบ 2 ปี

อาจเป็นความพ่ายแพ้ที่มาช้าและเกิดขึ้นได้ในเกม

แต่หลายทีมพยายามทำเช่นนั้นในการเน้นป้องกันให้แน่น

ทว่า….วันนี้ ไนเจล เพียร์สัน วางแท็กติกรับมาได้ดี

พวกเขาทำได้

ความพ่ายแพ้อย่างยับเยินเที่ยวนี้ของหงส์แดง

คงจะต้องยกเครดิตทั้งหมดให้กับ ไนเจล เพียร์สัน

เขาวางแผนทำให้ลูกทีมไม่แพ้ก่อนและสมควรเป็นผู้ชนะในเกมนี้

แหม…..พอมีข่าวพรีเมียร์ลีกจะเป็นโมฆะ แพ้นัดแรกของซีซั่นให้เห็นกันซะเลย

    Jackie

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.onlinecasinosacceptingusplayersusa.com