ข่าวกีฬา เฟร์นันโด

ข่าวกีฬา เฟร์นันโด

ข่าวกีฬา เฟร์นันโด เรดอนโด้ : กองกลางตัวรับที่ให้ความสำคัญกับ เทคนิค มากกว่า พละกำลัง

UFAX10

ข่าวกีฬา เฟร์นันโด “อะไร … ไอ้หมอนี่มันมีแม่เหล็กซ่อนไว้ในรองเท้าเหรอ?” นี่คือสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พูดออกมาในวันที่ เรอัล มาดริด บุกมาถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด 3-2 ถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 1999-2000

ในเกมนั้นบนหน้าสกอร์บอร์ดไม่มีชื่อของ เฟร์นันโด เรดอนโด้ เป็นผู้ทำประตูหรอก แต่คำกล่าวของ เฟอร์กี้ นั้นหมายถึงเขาโดยตรง … นักเตะกองกลางตัวรับเพียงคนเดียวในสนามของ ราชันชุดขาว ที่เล่นงานแผงมิดฟิลด์ของ ยูไนเต็ด จนปั่นป่วน

นี่คือเรื่องราวของกองกลางชาวอาร์เจนไตน์ในสไตล์ที่แตกต่างที่สุด ณ เวลานั้น ผู้เกมรับที่ใช้เทคนิคมากกว่าพลัง และกลายเป็นตำนานที่ถูกกล่าวถึงจนทุกวันนี้

คาเตนัคโช่…จุดกำเนิดกองกลางตัวรับ 100%

ฟุตบอลก็เหมือนอีกหลายสิ่งบนโลกนี้ที่มีวิวัฒนาการไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้ง จากเกมที่อาจจะเริ่มต้นแค่มีผู้เล่นให้ครบ 2 ฝั่งและเตะบอลกันไปมาเพื่อยิงให้เข้าประตู ก็เริ่มกลายมาเป็นเกมที่มีรายละเอียดมากขึ้น ต้องมีโค้ชที่คอยวางแท็คติก, มีทีมงานสตาฟฟ์ที่ช่วยดูแลการฝึกซ้อม และมีนักเตะที่เล่นประจำตำแหน่งเพื่อช่วยให้ทีมมีส่วนผสมที่กลมกล่อมที่สุด

กองหลังมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้คู่แข่งมีโอกาสยิง กองกลางมีหน้าที่ลำเลียงบอลขึ้นไปข้างหน้า และกองหน้ามีหน้าที่ทำประตู มันก็ง่ายๆ อย่างนั้นเอง จนกระทั่งเมื่อเริ่มเข้าสู่ยุค ’60s เป็นต้นมา สิ่งเหล่านี้ก็เปลี่ยนไป เมื่อมีการแข่งชิงแชมป์รายการต่างๆ รวมถึงฟุตบอลโลกเป็นเวทีตัดสินหาหมายเลข 1 ศาสตร์แห่งฟุตบอลก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง ณ เวลานั้นเอง

และตำแหน่งที่มีการถูกเพิ่มมิติและหน้าที่มากที่สุดตำแหน่งหนึ่งคือ กองกลาง โดยเฉพาะในส่วนของ กองกลางตัวรับ ที่เดิมทีนั้นตำแหน่งนี้ไม่ได้มีหน้าที่ชัดเจนมากมายนัก ยกตัวอย่างเช่นในฟุตบอลโลกปี 1966 ที่อังกฤษคว้าแชมป์โลก เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์ กุนซือทีมชุดนั้นเลือกใช้ระบบ 4-4-2 ที่ไม่มีปีกธรรมชาติ เขาจะให้นักเตะกองกลางทั้ง 4 คนทำหน้าที่ช่วยกันขับเคลื่อนขึ้นลงทั้งหมด (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ มิดฟิลด์)

อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยก็มาถึง มันเป็นยุคที่วงการฟุตบอลอิตาลีเฟื่องฟูถึงขีดสุด อุดมไปด้วยนักเตะดังๆ มากมาย และสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ “การนับคะแนน” นั่นเอง โดยระบบในกัลโช่ เซเรีย อา ณ เวลานั้นมีการให้แต้มกับผู้ชนะในเกมเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ส่วนทีมเสมอจะได้ 1 คะแนน ดังนั้นด้วยช่องว่างที่แทบจะไม่ต่างกัน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมแท็คติกที่วัดกันที่ความอดทน รับให้แน่นและขอจังหวะแบบโป้งเดียวจบเรื่อง ซึ่งในระบบนี้เรียกว่าการเล่นแบบ “คาเตนัคโช่” หรือแปลเป็นไทยว่า “การลงกลอนล็อคประตู” เอาไว้นั่นเอง

ขอบคุณข่าว : https://www.sanook.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.onlinecasinosacceptingusplayersusa.com/